﻿_id	ปีงบประมาณ	หน่วยงาน	ตัวชี้วัด	รหัสตัวชี้วัด	แผนปฏิบัติราชการ	ประเด็นยุทธศาสตร์	มิติการประเมินผล	เป้าประสงค์	น้ำหนัก(ร้อยละ)	คำอธิบาย	เกณฑ์การให้คะแนน 1	คำอธิบายเกณฑ์ 1	เกณฑ์การให้คะแนน 2	คำอธิบายเกณฑ์ 2	เกณฑ์การให้คะแนน 3	คำอธิบายเกณฑ์ 3	เกณฑ์การให้คะแนน 4	คำอธิบายเกณฑ์ 4	เกณฑ์การให้คะแนน 5	คำอธิบายเกณฑ์ 5	เงื่อนไข	หน่วยวัด	เป้าหมายปีปัจจุบัน	ข้อมูลย้อนหลัง1ปี	ข้อมูลย้อนหลัง 2 ปี	ข้อมูลพย้อนหลัง 3 ปี	แหล่งข้อมูล
1	2567	5	ระดับความสำเร็จของโครงการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงานของ สป.กค. และ สร.กค.	สบค. 3	1	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	15	"แนวทางของการพัฒนาและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่สำคัญตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561- 2580) ได้กำหนดเป้าหมายให้ภาครัฐต้องมีวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม ตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ รวมถึง พัฒนาภาวะผู้นำในทุกระดับให้มีขีดความสามารถสูง มีความรับผิดชอบ มีความเป็นมืออาชีพ ตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2563 – 2565 สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังจึงได้กำหนดโครงการจัดทำร่างแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง (สป.กค และ สร.กค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร  โดยมุ่งเน้นให้มีความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่ทันสมัย มีองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับสายการปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

งบประมาณในการดำเนินโครงการ : เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง จำนวน 500,000 บาท"	1	ศึกษาแนวทางในการกำหนดแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	2	หารือแนวทางในการกำหนดแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	3	กำหนดแผนในการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	4	ดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	5	ประเมินผลจากการปฏิบัติตามแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	-	ระดับ	5	5	-	-	แผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน
2	2565	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง	สบค. 1	1	2	1	มีแนวทางในการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ	25	ด้วยปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังมีภารกิจที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ การบริหารจัดการงานระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) ให้ครอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 7,852 หน่วย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. 2562 และการดูแลกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ประกอบกับมีมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 – 2565) ที่มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการกำลังคนให้รองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีเป้าหมายให้ภาครัฐมีกำลังคนในภาพรวมทั้งประเภทและขนาดที่เหมาะสม สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังจึงได้กำหนดโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังไว้ในแผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) และแผนปฏิบัติราชการรายปี (พ.ศ. 2565) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยกำหนดให้มีกระบวนการรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมกับภารกิจของส่วนราชการและสอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติในอนาคต	1	ปรับปรุงคำสั่งคณะกรรมการ/คณะทำงาน	2	เร่งรัด ติดตาม และให้ความช่วยเหลือหน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลไม่แล้วเสร็จ/ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์/มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการแบ่งงานภายใน/มีการเปลี่ยนแปลงภารกิจ	3	ประมวลผลและจัดทำข้อมูลนำเสนอคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็น	4	จัดการประชุมคณะทำงานฯ	5	เสนอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาร่างแผนกรอบอัตรากำลัง	-	ระดับ	5	1	5	-	รายงานการประชุม และร่างแผนกรอบอัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
3	2565	5	ร้อยละของสำนวนเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะทำงาน เพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง พิจารณา	สบค. 2	1	2	1	ปฏิบัติภารกิจด้วยความถูกต้องตามกฎและระเบียบที่กำหนดไว้	25	"1. อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2553 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ที่ประชุม 
อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ได้มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการที่ให้แต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรอง
เพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่างๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังรายงาน
มายัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาตามนัยมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 รวมทั้งการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษของลูกจ้าง ตามข้อ 3.3 
ของหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0527.6/ว.50 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2541
2. อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่ง ที่ 1/2553 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2553 ที่ 14/2558 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 และ ที่ 4/2559 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 แต่งตั้งคณะทำงาน
เพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอ
ให้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลังพิจารณา (คณะทำงานฯ)
3.พิจารณาจากสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง (จำนวนเรื่อง) ที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานฯ ซึ่ง สวธ. จะตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัย โดยตรวจสอบ
ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง มาตรฐานการลงโทษ ตลอดจนกระบวนการการดำเนินการในขั้นตอน ต่าง ๆ 
และสรุปข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเสนอความเห็น และจัดทำเอกสารเสนอต่อที่ที่ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อให้
ที่ประชุมคณะทำงานฯ พิจารณา และมีมติเห็นชอบในเรื่องเกี่ยวกับความผิดและโทษ ตลอดจนขั้นตอนกระบวนการดำเนินการทางวินัย ตามที่ สวธ. เสนอความเห็น"	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	นับเฉพาะกรณีที่คณะทำงานฯ มีมติถึงที่สุดเห็นชอบด้วยกับความผิดและโทษ ตลอดจนขั้นตอนกระบวนการทางวินัย ตามที่ส่วนวินัยและคุณธรรมได้เสนอ	ร้อยละ	90	92.11	89.19	100	รายงานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง พิจารณา
4	2566	5	ระดับความสำเร็จของโครงการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงานของ สป.กค. และ สร.กค.	สบค. 1	1	1	1	บุคลากรได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของส่วนราชการ	8	แนวทางของการพัฒนาและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่สำคัญตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561- 2580) ได้กำหนดเป้าหมายให้ภาครัฐต้องมีวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม ตอบสนอง ความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้ รวมถึง พัฒนาภาวะผู้นำในทุกระดับให้มีขีดความสามารถสูง มีความรับผิดชอบ มีความเป็นมืออาชีพ ตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2563 – 2565 สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จึงได้กำหนดโครงการจัดทำร่างแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง (สป.กค และ สร.กค) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร  โดยมุ่งเน้นให้มีความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่ทันสมัย มีองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับสายการปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต	1	ศึกษาแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	2	สรุปรายละเอียด ขั้นตอนในการจัดทำโครงการฯ	3	ร่างแนวทางการพัฒนาบุคลากรตามสายงานของ สป.กค และ สร.กค	4	นำเสนอผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาบุคลากรตามสายงานและลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	5	จัดประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อกำหนดแผนงานการดำเนินการ	-	ระดับ	5	-	-	-	-
5	2566	5	ระดับความสำเร็จของโครงการศูนย์รวมผลงานวิชาการ	สบค. 2	1	2	1	ดำเนินการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	8	แนวทางของการพัฒนาและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่สำคัญตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561- 2580) ได้กำหนดให้ภาครัฐต้องปฏิบัติงานภายใต้ความทันสมัย ทันการเปลี่ยนแปลง และมีขีดสมรรถนะสูง สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า เทียบได้กับมาตรฐานสากล สามารถรองรับกับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานที่มีความหลากหลายซับซ้อนมากขึ้น และทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดโครงการคลังผลงานวิชาการอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่จัดเก็บหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติคู่มือการเขียนผลงานวิชาการในระดับต่าง ๆ และผลงานทางวิชาการ ทั้งในระดับสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและระดับกระทรวงการคลัง เพื่อให้บุคลากรในสังกัดสามารถเข้ามาศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน หรือเพิ่มความรู้ในสายงานบางตำแหน่งหากมีการย้ายสับเปลี่ยนงาน  ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของบุคลากรในองค์กร	1	ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำระบบคลังผลงานวิชาการ	2	ติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง	3	นำหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ คู่มือการเขียนผลงานเข้าระบบ	4	ทดสอบการเข้าสู่ระบบ (หากพบปัญหา ดำเนินการแก้ไข)	5	แจ้งประชาสัมพันธ์ระบบ		ระดับ	5	-	-	-	-
6	2566	5	ระดับความสำเร็จของการจัดทำแผนอัตรากำลัง	สบค. 3	1	1	1	ดำเนินการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	8	ตามที่สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้ดำเนินโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังตามแผนปฏิบัติราชการสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (พ.ศ. 2563 - 2565) เพื่อรองรับมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 – 2565) ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการกำลังคนให้รองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และมีเป้าหมายให้ภาครัฐมีกำลังคนในภาพรวมทั้งประเภทและขนาดที่เหมาะสม ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2565 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และร่างแผนกรอบอัตรากำลังฯ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังในการประชุมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติให้คณะทำงานวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังกลับไปทบทวนภารกิจงานและเวลามาตรฐานที่ต้องใช้ต่อหน่วย และวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยว่า ในแต่ละหน่วยงานขาดแคลนอัตรากำลังในสายงานใดบ้าง เพื่อจะได้ทบทวนการกำหนดตำแหน่งให้มีความสอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติจริงต่อไป โดย สบค. จะดำเนินการตามมติของคณะกรรมการฯ ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566	1	ประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอความร่วมมือในการดำเนินการตามมติคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง ในการประชุมครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565	2	เร่งรัด ติดตาม และให้คำแนะนำแก่หน่วยงานในการดำเนินการตามมติคณะกรรมการฯ	3	ประมวลผลและปรับปรุงแก้ไขร่างแผนกรอบอัตรากำลังให้สมบูรณ์ก่อนนำเสนอคณะทำงานฯ	4	เสนอคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนกรอบอัตรากำลัง	5	เสนอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนกรอบอัตรากำลัง และเผยแพร่แผนฯ ที่ได้รับความเห็นชอบให้หน่วยงานต่าง ๆ รับทราบ	-	ระดับ	5	5	1	5	รายงานการประชุม และ Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล
7	2566	5	ระดับความสำเร็จของการจัดทำแผนการสรรหาบุคลากร	สบค. 4	1	1	1	ดำเนินการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	8	จากการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการอัตรากำลังของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ตามโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในแผนปฏิบัติราชการสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (พ.ศ. 2563 - 2565) ผลปรากฏว่า หลายหน่วยงานมีภารกิจงานที่เพิ่มขึ้นหรือมีปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และมีความต้องการกำลังคนในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีความราบรื่นและต่อเนื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงจะจัดทำแผนการสรรหาบุคลากรเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนภายใต้กรอบระยะเวลาที่เหมาะสม	1	สำรวจตำแหน่งที่จะเกษียณ	2	กำหนดแนวทางและวิธีการสรรหาบุคลากรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง	3	จัดทำแผนการสรรหาบุคลากรของ สป.กค. และ สร.กค. ประจำปี 2567	4	เสนอแผนการสรรหาบุคลากร (แทนเกษียณ) ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาให้ความเห็นชอบ	5	ประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบแผนการสรรหา	จะจัดทำเฉพาะแผนการสรรหาข้าราชการเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่สามารถวางแผนได้จากการเกษียณอายุราชการ	ระดับ	5	-	-	-	แผนการสรรหาบุคลากร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
8	2566	5	"ระดับความสำเร็จของการจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยเพื่อเผยแพร่เป็น ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"""	สบค. 5	2	1	1	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล	8	"การลงโทษทางวินัยเป็นหนึ่งในมาตรการที่ใช้ในการรักษาวินัย โดยเป็นมาตรการในทางปราบปราม
คือใช้สำหรับลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยและปรามไว้ให้ข้าราชการโดยทั่วไปไม่กล้ากระทำผิดวินัยเพราะกลัวถูกลงโทษ การลงโทษทางวินัยมิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นการตอบโต้หรือแก้แค้นต่อผู้กระทำผิดวินัย การลงโทษข้าราชการจึงควรดำเนินการให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายหรือระเบียบแบบแผน เพื่อรักษามาตรฐานความประพฤติของข้าราชการ เพื่อจูงใจให้ข้าราชการปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ตลอดจนเพื่อรักษาชื่อเสียงของทางราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อทางราชการ ส่วนวินัยและคุณธรรม ซึ่งมีหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังได้รายงานการดำเนินการทางวินัย มายัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง และเสนอความเห็นต่อ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และจากการที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยอันเนื่องมาจากการกระทำผิดวินัยในฐานความผิดต่าง ๆ ดังกล่าวพบว่า ข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยส่วนใหญ่มักจะอ้างว่ากระทำไปเพราะไม่รู้และไม่เข้าใจในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ไม่รู้ว่าการกระทำนั้น ๆ เป็นความผิดวินัย รวมถึงไม่รู้ว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย จึงเป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทางวินัยและต้องได้รับการลงโทษทางวินัย ซึ่งโทษทางวินัยมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก จนถึงโทษ ไล่ออกจากราชการ จึงควรมีการจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทาง การลงโทษทางวินัยเพื่อเผยแพร่เป็น “อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด” ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง ได้ทราบถึงกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยว่า หากฝ่าฝืน “ข้อปฏิบัติ” หรือ “ข้อห้าม” ที่กำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนแล้ว จะมีโทษและมีผลกระทบต่อตนเองอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง สำนึกในหน้าที่ที่จะต้องรักษาวินัย และมีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิด อันจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดขึ้นได้ อีกทั้ง เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปรวมถึงผู้ที่สนใจได้รับทราบและเข้าใจว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย และการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดประเภทร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง นอกจากนี้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ยังสามารถนำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางประกอบการพิจารณาความผิดและกำหนดโทษได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด ทั้งนี้ เพื่อให้การลงโทษทางวินัยมีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านวินัยสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาปรับระดับโทษได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายในกรอบของกฎหมายและพฤติการณ์แห่งความผิดในแต่ละกรณีอีกด้วย"	1	ดำเนินการรวบรวมกรณีการลงโทษหรือการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังได้รายงานการลงโทษและรายงานการดำเนินการทางวินัยข้าราชการ มายัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง และได้ผ่านการพิจารณาของ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง แล้ว โดยแยกตามปี พ.ศ. (5 ปี ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี .ศ. 2560 - 2565) ที่ได้นำเรื่องเสนอต่อ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง และ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ได้มีการพิจารณาปรับบทความผิดและกำหนดระดับโทษเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดแล้ว	2	จัดแยกกลุ่มตามลักษณะของการกระทำความผิดหรือพฤติการณ์ในการกระทำผิดวินัย โดยแบ่งแยกลักษณะของการกระทำความผิดวินัยออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากเจ้าหน้าที่ได้กระทำผิดวินัย เช่น กรณีความผิดวินัยต่อประเทศชาติ กรณีความผิดวินัยต่อประชาชน กรณีความผิดวินัยต่อผู้บังคับบัญชา กรณีความผิดวินัยต่อผู้ร่วมงาน กรณีความผิดวินัยต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกรณีความผิดวินัยต่อตนเอง จากนั้นดำเนินการจัดแยกกลุ่มตามกรณีความผิดหรือฐานความผิดตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑	3	จัดแยกกลุ่มตามประเภทความผิดและระดับโทษที่ได้รับ เนื่องจากการกระทำผิดวินัยบางเรื่องมีลักษณะเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งโทษสำหรับกรณีกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ได้แก่ ปลดออกจากราชการ และไล่ออกจากราชการ การกระทำผิดวินัยบางเรื่องมีลักษณะเป็นความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ซึ่งโทษสำหรับกรณีกระทำความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ได้แก่ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน และการกระทำผิดวินัยบางเรื่องเป็นการกระทำผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ ซึ่งผู้บังคับบัญชาอาจงดโทษให้โดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้	4	ดำเนินการคัดเลือกเฉพาะรายงานการลงโทษและรายงานการดำเนินการทางวินัยในเรื่องที่สำคัญ เรื่องที่เป็นความผิดที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เรื่องที่ใกล้ตัวเจ้าหน้าที่แต่มักถูกมองข้ามจึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถูกลงโทษทางวินัย รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งหากมีการเผยแพร่ไปแล้วจะทำให้เจ้าหน้าที่มีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิด และเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจได้รับทราบและเข้าใจว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย เมื่อคัดเลือกเรื่องที่นำมาจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยได้แล้ว นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะการกระทำหรือพฤติการณ์ของผู้กระทำผิดและโทษที่ได้รับในเรื่องนั้น ๆ มาดำเนินการเรียบเรียง และสรุปข้อเท็จจริงของเรื่องพอสังเขปรวมถึงระดับโทษที่ผู้ถูกลงโทษได้รับ แล้วจัดทำเป็นกรณีตัวอย่าง แนวทางการลงโทษทางวินัยเพื่อเผยแพร่เป็น “อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด” โดยรูปแบบการนำเสนอควรดำเนินการสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะการกระทำหรือพฤติการณ์ของผู้กระทำผิดและโทษที่ได้รับ ให้มีเนื้อหาที่ชัดเจน กระชับ และไม่ยาวเกินไปจนทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเป็นเอกสารวิชาการและไม่อยากที่จะอ่านต่อไปให้จบ โดยในการจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัย ๑ เรื่อง ควรมีข้อเท็จจริงที่สรุปออกมาแล้วอย่างมากที่สุดไม่เกิน ๑๐ บรรทัด และเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจถึงข้อเท็จจริงของเรื่องได้ง่ายขึ้น อาจจัดทำรูปภาพประกอบเพื่อสื่อให้เห็นถึงการกระทำความผิดที่ชัดเจนขึ้นด้วยก็ได้	5	เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง http://www.hr.mof.go.th	เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง http://www.hr.mof.go.th	ระดับ	5	-	-	-	รายงานการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง
9	2567	5	ร้อยละความสำเร็จของการดำเนินการตามมติคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังของ สป.กค.	สบค. 1	1	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	10	"สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง ในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566  สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้กำหนดเป้าหมายของการดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้
1. บริหารตำแหน่งข้าราชการใน สป.กค. และ สร.กค. ให้มีตำแหน่งว่างไม่เกินร้อยละ 5 ของกรอบอัตรากำลัง
2. จัดทำแผนการสรรหาบุคลากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (เฉพาะตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการแหรือชำนาญการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานหรือชำนาญงาน)
3. ทบทวนการกำหนดตำแหน่งทุกประเภทให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะงานจริงที่ปฏิบัติเพื่อนำตำแหน่งไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนภารกิจที่สำคัญของส่วนราชการ
4. จัดหลักสูตรพัฒนาทักษะการสัมภาษณ์งานให้แก่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง
5.ศึกษาและจัดทำคู่มือระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ 
6. สำรวจความต้องการในการรับนักศึกษาฝึกงาน กำหนดแนวทางปฏิบัติ และประชาสัมพันธ์ให้สถาบันการศึกษาที่มีความประสงค์จะส่งนักศึกษาเข้ารับการฝึกงานได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ต่อไป"	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	-	ร้อยละ	90	-	-	-	-
10	2567	5	ระดับความสำเร็จของโครงการศูนย์รวมผลงานวิชาการ	สบค. 2	1	2	1	บริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	15	"แนวทางของการพัฒนาและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่สำคัญตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561- 2580) ได้กำหนดให้ภาครัฐต้องปฏิบัติงานภายใต้ความทันสมัย ทันการเปลี่ยนแปลง และมีขีดสมรรถนะสูง สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า เทียบได้กับมาตรฐานสากล สามารถรองรับกับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานที่มีความหลากหลายซับซ้อนมากขึ้น และทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดโครงการคลังผลงานวิชาการอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่จัดเก็บหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติคู่มือการเขียนผลงานวิชาการในระดับต่าง ๆ และผลงานทางวิชาการ ทั้งในระดับสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและระดับกระทรวงการคลัง เพื่อให้บุคลากรในสังกัดสามารถเข้ามาศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน หรือเพิ่มความรู้ในสายงานบางตำแหน่งหากมีการย้ายสับเปลี่ยนงาน  ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของบุคลากรในองค์กร

งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	ประสานขอความร่วมมือจาก ศทส. เพื่อจัดทำรูปแบบการใช้งานระบบ	2	นำหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติ คู่มือการเขียนผลงานเข้าระบบ	3	นำผลงานวิชาการระดับชำนาญการขึ้นไปใน สป.กค. เข้าระบบ	4	นำผลงานวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลังเข้าระบบ	5	ประชาสัมพันธ์ระบบฯ		ระดับ	5	3	-	-	-
11	2563	5	ร้อยละของอัตราว่างในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง (ข้าราชการและพนักงานราชการ) ที่ยังไม่มีการดำเนินการสรรหาและเลือกสรร	RB 1.2	1	1	1	บุคลากรมีจำนวนและคุณภาพที่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ	10	ด้วยสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ตอบสนองต่อความต้องการในการใช้กำลังคนของทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง จึงกำหนดเป้าหมายในการสรรหาและเลือกสรรบุคลากรเพื่อทดแทนอัตราว่างให้ได้จำนวนใกล้เคียงกับกรอบอัตรากำลังที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยกำหนดให้ประเมินผลจากกรอบอัตรากำลังของข้าราชการและพนักงานราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ว่างลงและไม่มีการดำเนินการสรรหาและเลือกสรร (ข้าราชการ จำนวน 243 อัตรา และพนักงานราชการ จำนวน 81 อัตรา รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 324 อัตรา) และมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนอัตรากำลังที่ว่างลงและไม่มีการดำเนินการ/324 X 100	35	-	30	-	25	-	20	-	15	-	-	ร้อยละ	15	12.06	-	-	1) ข้อมูลจำนวนกรอบอัตรากำลังข้าราชการ และพนักงานราชการ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 2) ข้อมูลตำแหน่งว่างของข้าราชการ และพนักงานราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จากระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล (DPIS) ระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้าง และฐานข้อมูลบุคคลของส่วนบริหารงานบุคคล และ 3) เอกสารประกอบการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรตำแหน่งข้าราชการและพนักงานราชการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
12	2567	5	"จำนวนเรื่องในการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง"	สบค. 4	2	1	1	เสริมสร้างวินัยให้แก่บุคลากร เพื่อป้องกันการกระทำผิดทางวินัย	10	"การลงโทษทางวินัยเป็นหนึ่งในมาตรการที่ใช้ในการรักษาวินัย โดยเป็นมาตรการในทางปราบปราม
คือใช้สำหรับลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยและปรามไว้ให้ข้าราชการโดยทั่วไปไม่กล้ากระทำผิดวินัยเพราะกลัวถูกลงโทษ การลงโทษทางวินัยมิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นการตอบโต้หรือแก้แค้นต่อผู้กระทำผิดวินัย การลงโทษข้าราชการจึงควรดำเนินการให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายหรือระเบียบแบบแผน เพื่อรักษามาตรฐานความประพฤติของข้าราชการ เพื่อจูงใจให้ข้าราชการปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ตลอดจนเพื่อรักษาชื่อเสียงของทางราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อทางราชการ ส่วนวินัยและคุณธรรม ซึ่งมีหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังได้รายงานการดำเนินการทางวินัย มายัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง และเสนอความเห็นต่อ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และจากการที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยอันเนื่องมาจากการกระทำผิดวินัยในฐานความผิดต่าง ๆ ดังกล่าวพบว่า ข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยส่วนใหญ่มักจะอ้างว่ากระทำไปเพราะไม่รู้และไม่เข้าใจในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ไม่รู้ว่าการกระทำนั้น ๆ เป็นความผิดวินัย รวมถึงไม่รู้ว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย จึงเป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทางวินัยและต้องได้รับการลงโทษทางวินัย ซึ่งโทษทางวินัยมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก จนถึงโทษ ไล่ออกจากราชการ จึงควรมีการจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทาง การลงโทษทางวินัยเพื่อเผยแพร่เป็น “อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด” ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง ได้ทราบถึงกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยว่า หากฝ่าฝืน “ข้อปฏิบัติ” หรือ “ข้อห้าม” ที่กำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนแล้ว จะมีโทษและมีผลกระทบต่อตนเองอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง สำนึกในหน้าที่ที่จะต้องรักษาวินัย และมีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิด อันจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดขึ้นได้ อีกทั้ง เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปรวมถึงผู้ที่สนใจได้รับทราบและเข้าใจว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย และการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดประเภทร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง นอกจากนี้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ยังสามารถนำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางประกอบการพิจารณาความผิดและกำหนดโทษได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด ทั้งนี้ เพื่อให้การลงโทษทางวินัยมีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านวินัยสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาปรับระดับโทษได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายในกรอบของกฎหมายและพฤติการณ์แห่งความผิดในแต่ละกรณีอีกด้วย"	1	"จัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 1 เรื่อง"	2	"จัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 2 เรื่อง"	3	"จัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 3 เรื่อง"	4	"จัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 4 เรื่อง"	5	"จัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 5 เรื่อง"	"จัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" เพื่อเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง จำนวน 5 เรื่อง"	จำนวนเรื่อง	5	5	-	-	-
13	2568	5	ร้อยละความสำเร็จของการดำเนินการตามมติคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง	สบค. 1	1	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	15	"ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลได้กำหนดเป้าหมายของการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ดังต่อไปนี้
1. บริหารตำแหน่งข้าราชการใน สป.กค. และ สร.กค. ให้มีตำแหน่งว่างไม่เกินร้อยละ 5 ของกรอบอัตรากำลัง
2. จัดทำแผนสรรหาและคัดเลือกบุคลากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (เฉพาะตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการหรือชำนาญการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานหรือชำนาญงาน)
3. ศึกษาและคัดเลือกต้นแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานอื่น เพื่อนำไปปรับใช้ในการประเมินฯ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในปีงบประมาณถัดไป
4. ประสานเพื่อให้ทุกหน่วยงานปรับปรุงผลการวิเคราะห์กระบวนการทำงานให้มีความเหมาะสมกับภารกิจและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโอน/ย้าย ของบุคลากร
5. จัดทำแผนการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ของสายงานนักทรัพยากรบุคคล  
6. สำรวจความต้องการในการรับนักศึกษาฝึกงานจากทุกหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และประชาสัมพันธ์ให้สถาบันการศึกษาที่สนใจดำเนินการประชาสัมพันธ์ต่อไป 
ทั้งนี้ การให้คะแนนพิจารณาจากร้อยละของการปฏิบัติจริงกับเป้าหมายการปฏิบัติที่กำหนดไว้ (6 กระบวนงาน) โดยมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนขั้นตอนที่ปฏิบัติจริง/จำนวนขั้นตอนที่กำหนดไว้ X 100
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	-	ร้อยละ	90	100	-	-	เอกสารประกอบการดำเนินการของทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
14	2568	5	ระดับความสำเร็จของโครงการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงานของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง	สบค. 2	2	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	15	"สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ได้จัดทำโครงการแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยจัดทำหลักสูตรหรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับสมรรถนะเฉพาะและมีความจำเป็นสำหรับสายงานนักวิเคราะห์นโยบายและแผน และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาทักษะและสมรรถนะเฉพาะที่กำหนดตามสายงานของบุคลากรทุกระดับ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถนะที่ทันสมัย และสามารถดึงศักยภาพในการปฏิบัติงานมาใช้ในภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง จำนวน 500,000 บาท"	1	กำหนดแผนในการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	2	-	3	ดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	4	-	5	ประเมินผลจากการปฏิบัติตามแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	-	ระดับ	5	5	5	-	รายงานการประชุม/บันทึกช่วยจำการประชุม/รายงานการประเมินผลจากการปฏิบัติตามแผนฯ
15	2568	5	ระดับความสำเร็จของโครงการศูนย์รวมผลงานวิชาการ	สบค. 3	2	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	10	"แนวทางของการพัฒนาและปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่สำคัญตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561- 2580) ได้กำหนดให้ภาครัฐต้องปฏิบัติงานภายใต้ความทันสมัย ทันการเปลี่ยนแปลง และมีขีดสมรรถนะสูง สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า เทียบได้กับมาตรฐานสากล สามารถรองรับกับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานที่มีความหลากหลายซับซ้อนมากขึ้น และทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดโครงการคลังผลงานวิชาการอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่จัดเก็บหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติคู่มือการเขียนผลงานวิชาการในระดับต่าง ๆ และผลงานทางวิชาการ ทั้งในระดับสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและระดับกระทรวงการคลัง เพื่อให้บุคลากรในสังกัดสามารถเข้ามาศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน หรือเพิ่มความรู้ในสายงานบางตำแหน่งหากมีการย้ายสับเปลี่ยนงาน  ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของบุคลากรในองค์กร 
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	นำผลงานวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไปของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลังเข้าระบบ	2	-	3	-	4	-	5	เปิดระบบศูนย์รวมผลงานวิชาการให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงการคลัง เข้าระบบ	-	ระดับ	5	5	-	-	hr.mof.go.th
16	2568	5	"จำนวน ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" ที่จัดทำและเผยแพร่เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องวินัยและการรักษาวินัยให้แก่บุคลากร"	สบค. 4	2	2	1	เสริมสร้างวินัยให้แก่บุคลากร เพื่อป้องกันการกระทำผิดทางวินัย	10	"การลงโทษทางวินัยเป็นหนึ่งในมาตรการที่ใช้ในการรักษาวินัย โดยเป็นมาตรการในทางปราบปราม
คือใช้สำหรับลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยและปรามไว้ให้ข้าราชการโดยทั่วไปไม่กล้ากระทำผิดวินัยเพราะกลัวถูกลงโทษ การลงโทษทางวินัยมิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นการตอบโต้หรือแก้แค้นต่อผู้กระทำผิดวินัย การลงโทษข้าราชการจึงควรดำเนินการให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายหรือระเบียบแบบแผน เพื่อรักษามาตรฐานความประพฤติของข้าราชการ เพื่อจูงใจให้ข้าราชการปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ตลอดจนเพื่อรักษาชื่อเสียงของทางราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อทางราชการ ส่วนวินัยและคุณธรรม ซึ่งมีหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังได้รายงานการดำเนินการทางวินัย มายัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง และเสนอความเห็นต่อ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และจากการที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยอันเนื่องมาจากการกระทำผิดวินัยในฐานความผิดต่าง ๆ ดังกล่าวพบว่า ข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยส่วนใหญ่มักจะอ้างว่ากระทำไปเพราะไม่รู้และไม่เข้าใจในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ไม่รู้ว่าการกระทำนั้น ๆ เป็นความผิดวินัย รวมถึงไม่รู้ว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย จึงเป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทางวินัยและต้องได้รับการลงโทษทางวินัย ซึ่งโทษทางวินัยมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก จนถึงโทษ ไล่ออกจากราชการ จึงควรมีการจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทาง การลงโทษทางวินัยเพื่อเผยแพร่เป็น “อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด” ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง ได้ทราบถึงกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยว่า หากฝ่าฝืน “ข้อปฏิบัติ” หรือ “ข้อห้าม” ที่กำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนแล้ว จะมีโทษและมีผลกระทบต่อตนเองอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง สำนึกในหน้าที่ที่จะต้องรักษาวินัย และมีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิด อันจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดขึ้นได้ อีกทั้ง เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปรวมถึงผู้ที่สนใจได้รับทราบและเข้าใจว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย และการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดประเภทร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง นอกจากนี้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ยังสามารถนำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางประกอบการพิจารณาความผิดและกำหนดโทษได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด ทั้งนี้ เพื่อให้การลงโทษทางวินัยมีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านวินัยสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาปรับระดับโทษได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายในกรอบของกฎหมายและพฤติการณ์แห่งความผิดในแต่ละกรณีอีกด้วย
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	"ดำเนินการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (http://www.hr.mof.go.th) สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกลุ่ม line สร.&สป.กค. จำนวน 1 เรื่อง"	2	"ดำเนินการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (http://www.hr.mof.go.th) สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกลุ่ม line สร.&สป.กค. จำนวน 2 เรื่อง"	3	"ดำเนินการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (http://www.hr.mof.go.th) สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกลุ่ม line สร.&สป.กค. จำนวน 3 เรื่อง"	4	"ดำเนินการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (http://www.hr.mof.go.th) สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกลุ่ม line สร.&สป.กค. จำนวน 4 เรื่อง"	5	"ดำเนินการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (http://www.hr.mof.go.th) สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกลุ่ม line สร.&สป.กค. จำนวน 5 เรื่อง"	"ดำเนินการจัดทำ ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (http://www.hr.mof.go.th) สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกลุ่ม line สร.&สป.กค. จำนวน 5 เรื่อง"	จำนวน	5	5	5	5	รายงานการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง / จัดเก็บใน https://hr.mof.go.th/th/home
17	2569	5	ร้อยละความสำเร็จของการดำเนินการตามมติคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง	สบค. 1	2	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลตามกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ/กระทรวง/ สป.กค.	15	"ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลมีเป้าหมายในการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ดังนี้
1. บริหารตำแหน่งข้าราชการใน สป.กค. และ สร.กค. ให้มีตำแหน่งว่างไม่เกินร้อยละ 5 ของกรอบอัตรากำลัง
2. จัดทำแผนสรรหาและคัดเลือกบุคลากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (เฉพาะตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการหรือชำนาญการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานหรือชำนาญงาน)
3. ทบทวนและจัดทำแผนอัตรากำลังของ สป.กค. 
4. จัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) (กลุ่มตำแหน่งที่ 1)  
5. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาจัดสวัสดิการเพิ่มเติมให้แก่บุคลากร ตามผลการสำรวจความผูกพันของบุคลากร 
ทั้งนี้ การให้คะแนนพิจารณาจากอัตราส่วนของกระบวนงานที่ดำเนินการสำเร็จเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด (5 กระบวนงาน) โดยมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนกระบวนงานที่ดำเนินการสำเร็จ/จำนวนกระบวนงานเป้าหมาย X 100
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	55	-	65	-	75	-	85	-	95	-	-	ร้อยละ	95	100	100	-	เอกสารประกอบการดำเนินงานของแต่ละกระบวนงาน
18	2569	5	ระดับความสำเร็จของโครงการพัฒนาบุคลากรตามสายงานของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง	สบค. 2	2	1	1	บริหารทรัพยากรบุคคลตามกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ/กระทรวง/ สป.กค.	15	"สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) จัดให้มีโครงการพัฒนาบุคลากรตามสายงานของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2570 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาทักษะและสมรรถนะเฉพาะที่กำหนดตามสายงานของบุคลากรทุกระดับ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่ทันสมัย  สามารถดึงศักยภาพมาใช้ในการปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สบค. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการจัดทำแผนฯ คลอบคลุม 5 สายงาน ได้แก่ นิติกร นักวิชาการตรวจสอบภายใน นักวิชาการเงินเเละบัญชี เจ้าพนักงานการเงินเเละบัญชี และนักวิชาการพัสดุ 
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง จำนวน 500,000 บาท"	1	กำหนดแผนในการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	2	-	3	ดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	4	-	5	ประเมินผลจากการปฏิบัติตามแผนพัฒนาบุคลากรตามสายงาน	-	ระดับ	5	5	5	-	รายงานการประชุม/บันทึกช่วยจำการประชุม/รายงานการประเมินผลตามแผนฯ
19	2569	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินการโครงการพัฒนาบุคลากรตาม (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 - 2571) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง	สบค. 3	2	2	1	บริหารทรัพยากรบุคคลตามกรอบของยุทธศาสตร์ชาติ/กระทรวง/ สป.กค.	10	"สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้เสนอโครงการพัฒนาบุคลากรไว้ใน (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569 - 2571) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 บริหารจัดการและพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับเป้าหมายของกระทรวงการคลัง จำนวน 2 โครงการ คือ 
1) โครงการสัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เรื่อง “รวมพลังคนต่าง Gen เพื่อความสำเร็จขององค์กร” โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรทุก Generation ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการทำงานร่วมกันของบุคลากรข้ามรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ และคาดหวังให้มีบุคลากรทุก Generation เข้าร่วมโครงการสัมมนา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 
2) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพุทธศาสนา และเสริมสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจในวิธีการฝึกสติและสมาธิเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
งบประมาณในการดำเนินโครงการ :  เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง จำนวน 2,600,000 บาท"	1	มีบุคลากรทุก Generation เข้าร่วมกำหนดกิจกรรมการพัฒนาความรู้และทักษะการทำงานร่วมกันของบุคลากรข้ามรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ	2	สามารถจัดโครงการสัมมนา/ฝึกอบรม ได้สำเร็จลุล่วงตามระยะเวลาที่กำหนด จำนวน 1 โครงการ	3	สามารถจัดโครงการสัมมนา/ฝึกอบรม ได้สำเร็จลุล่วงตามระยะเวลาที่กำหนด จำนวน 2 โครงการ	4	มีบุคลากรทุก Generation เข้าร่วมโครงการสัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60	5	"มีบุคลากร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ที่พึงพอใจในหลักสูตร ""การเสริมสร้างคุณธรรมฯ"""	-	ระดับ	5	-	-	-	รายงานการประชุม/บันทึกช่วยจำ/ภาพถ่ายกิจกรรม/รายงานผลการจัดโครงการฯ
20	2569	5	"จำนวน ""อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด"" ที่จัดทำและเผยแพร่เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องวินัยและการรักษาวินัยให้แก่บุคลากร"	สบค. 4	2	1	1	บุคลากรมีวินัย ไม่กระทำผิด	10	ส่วนวินัยและคุณธรรม มีหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังได้รายงานการดำเนินการทางวินัย ไปยัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง และเสนอความเห็นต่อ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จากการที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยอันเนื่องมาจากการกระทำผิดวินัยในฐานความผิดต่าง ๆ พบว่า ข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัยส่วนใหญ่มักจะอ้างว่ากระทำไปเพราะไม่รู้และไม่เข้าใจในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ไม่รู้ว่าการกระทำนั้น ๆ เป็นความผิดวินัย รวมถึงไม่รู้ว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย จึงเป็นเหตุให้ถูกดำเนินการทางวินัยและต้องได้รับการลงโทษทางวินัย จึงควรมีการจัดทำกรณีตัวอย่างแนวทาง การลงโทษทางวินัยเพื่อเผยแพร่เป็น “อุทาหรณ์ก่อนกระทำผิด” ให้บุคลากรได้ทราบถึงกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยว่า หากฝ่าฝืน “ข้อปฏิบัติ” หรือ “ข้อห้าม” ที่กำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนแล้ว จะมีโทษและมีผลกระทบต่อตนเองอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรสำนึกในหน้าที่ที่จะต้องรักษาวินัย และมีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิด อันจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดขึ้นได้ อีกทั้ง เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปรวมถึงผู้ที่สนใจได้รับทราบและเข้าใจว่าลักษณะการกระทำแบบใดถือเป็นความผิดทางวินัย และการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดประเภทร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง นอกจากนี้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ยังสามารถนำกรณีตัวอย่างแนวทางการลงโทษทางวินัยดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางประกอบการพิจารณาความผิดและกำหนดโทษได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด ทั้งนี้ เพื่อให้การลงโทษทางวินัยมีมาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านวินัยสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาปรับระดับโทษได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายในกรอบของกฎหมายและพฤติการณ์แห่งความผิดในแต่ละกรณีอีกด้วย	2	-	3	-	4	-	5	-	6	-	-	จำนวนเรื่อง	6	5	5	5	รายงานการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง / hr.mof.go.th
21	2564	5	ร้อยละของอัตราว่างที่ยังไม่มีการดำเนินการสรรหาและเลือกสรร	RB 1.2	1	1	1	บุคลากรมีจำนวนและคุณภาพที่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ	10	"เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัด สป.กค. และ สร.กค. สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดเป้าหมายในการสรรหาและเลือกสรรบุคลากรเพื่อทดแทนอัตราว่างให้ได้จำนวนใกล้เคียงกับกรอบอัตรากำลังที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่ง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2563 สป.กค. และ สร.กค. มีกรอบอัตรากำลังข้าราชการและพนักงานราชการรวมจำนวนทั้งสิ้น 337 อัตรา ประกอบด้วย
1. ข้าราชการ รวมจำนวน 243 อัตรา (สป.กค. 232 อัตรา และ สร.กค. 11 อัตรา)
2. พนักงานราชการ รวมจำนวน 94 อัตรา (สป.กค. 72 อัตรา และ สร.กค. 22 อัตรา)
โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของอัตราว่าง = จำนวนตำแหน่งว่างที่ไม่มีการดำเนินการ/337 X 100"	30	ร้อยละ 30	25	ร้อยละ 25	20	ร้อยละ 20	15	ร้อยละ 15	10	ร้อยละ 10	-	ร้อยละ	10	3.37	12.06	-	แบบแสดงรายละเอียดของตำแหน่งว่างที่ไม่มีคนครองของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง  และ/หรือเอกสารประกอบการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรตำแหน่งข้าราชการและพนักงานราชการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
22	2564	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินการด้านทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกภายใต้เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง	RB 2	1	1	1	บุคลากรได้รับการพัฒนาตามความต้องการของส่วนราชการ	10	สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลมีภารกิจดำเนินการด้านทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ให้แก่ข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง เป็นประจำทุกปี ตามโควตาที่ได้รับการจัดสรรจากคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง	1	จัดทำคำขอรับการจัดสรรโควตาทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศต่อคณะกรรมการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง และได้รับอนุมัติโควตา	2	แจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัดเรื่องการรับทุนศึกษาภายใต้เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง	3	พิจารณาคัดเลือกผู้สมัครรับทุนศึกษาต่อที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด	4	ดำเนินการขออนุมัติตัวบุคคลพร้อมค่าใช้จ่ายในการรับทุนศึกษา	5	ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับทุนศึกษาภายใน 2 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับเรื่อง		ระดับ	5	-	-	-	หนังสือขออนุมัติตัวบุคคล และหนังสือขออนุมัติค่าใช้จ่ายฯ
23	2564	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง	RB 1.1	2	1	1	บุคลากรมีจำนวนและคุณภาพที่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ	20	ด้วยปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังมีภารกิจที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ การบริหารจัดการงานระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) ให้ครอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 7,852 หน่วย ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. 2562 และการดูแลกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ประกอบกับมีมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 – 2565) ที่มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการกำลังคนให้รองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีเป้าหมายให้ภาครัฐมีกำลังคนในภาพรวมทั้งประเภทและขนาดที่เหมาะสม สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังจึงได้กำหนดโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังไว้ในแผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) และแผนปฏิบัติราชการรายปี (พ.ศ. 2564) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยกำหนดให้มีกระบวนการรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมกับภารกิจของส่วนราชการและสอดคล้องกับทิศทางในการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติในอนาคต	1	เก็บข้อมูลกระบวนการทำงานของทุกหน่วยงาน	2	จัดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อพิจารณาทบทวนผลการจัดเก็บข้อมูล	3	จัดทำร่างแผนอัตรากำลังของ สป.กค. และ สร.กค.	4	เสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนอัตรากำลังฯ	5	แจ้งเวียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ	-	ระดับ	5	5	-	-	รายงานการประชุม/รายงานสรุปผลการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง
24	2563	5	ร้อยละของสำนวนเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะทำงาน เพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้าง ก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ. กระทรวงการคลังพิจารณา	RB 3	1	1	1	การดำเนินการทางวินัยมีความถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด	10	ส่วนวินัยและคุณธรรม ได้นำเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยต่อคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่อง การดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้าง ก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ. กระทรวงการคลังพิจารณา (คณะทำงานฯ) โดยพิจารณาจากสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง (จำนวนเรื่อง) ที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานฯ ซึ่งส่วนวินัยและคุณธรรมจะตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัย โดยตรวจสอบข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง มาตรฐานการลงโทษ ตลอดจนกระบวนการการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ และสรุปข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเสนอความเห็น และจัดทำเอกสารเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ พิจารณา และมีมติเห็นชอบในเรื่องเกี่ยวกับความผิดและโทษ ตลอดจนขั้นตอนกระบวนการดำเนินการทางวินัย ตามที่ส่วนวินัยและคุณธรรม เสนอความเห็น	60	-	65	-	70	-	75	-	80	-	ที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ. กระทรวงการคลังพิจารณา มีมติถึงที่สุดเห็นชอบด้วยกับความผิดและโทษ ตลอดจนขั้นตอนกระบวนการดำเนินการทางวินัย ตามที่ได้เสนอ	ร้อยละ	80	100	100	100	รายงานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ. กระทรวงการคลังพิจารณา
25	2563	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตร HR for Non HR	RB 2	2	1	1	บุคลากรได้รับการพัฒนาสมรรถนะเป็นหัวหน้างาน	10	เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ได้กำหนดตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จในการกำหนดหลักสูตร HR for Non HR ในแผนพัฒนาบุคลากร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หัวหน้างานเข้าใจบทบาทที่สำคัญและแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในขั้นตอนสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เสริมสร้างทักษะและสามารถใช้เทคนิคการบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น เพื่อการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล จึงกำหนดตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของการดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตร HR For Non HR เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาหัวหน้างานให้มีความสามารถในการบริหารจัดการด้านบุคคล ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้หัวหน้างาน และ HR ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ	1	กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรม และกำหนดการจัดฝึกอบรม	2	ขออนุมัติการดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร HR For Non HR	3	แจ้งเวียนหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง	4	ขออนุมัติตัวบุคคลเพื่อเข้ารับการฝึกอบรม	5	ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร HR For Non HR เป็นที่เรียบร้อย โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรม ร้อยละ 80 ได้รับคะแนน Post Test สูงกว่าคะแนน Pre Test	-	ระดับ	5	-	-	-	1) สรุปผลการเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร HR For Non HR และ 2) แบบประเมิน Pretest - Post test ของหลักสูตร
26	2563	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินโครงการวิเคราะห์อัตรากำลัง	RB 1.1	1	1	1	บุคลากรมีจำนวนและคุณภาพที่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ	20	ด้วยปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังมีปริมาณและคุณภาพของงานเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในอนาคต ประกอบกับมาตรการบริหารจัดการกำลังภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565) มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการกำลังคนเพื่อรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีเป้าหมายให้ภาครัฐมีกำลังคนในภาพรวมทั้งประเภทและขนาดที่เหมาะสม ดังนั้น เพื่อเตรียมการรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ปลัดกระทรวงการคลังจึงได้อนุมัติโครงการวิเคราะห์อัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ตามแผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - 2565) และแผนปฏิบัติราชการรายปี (พ.ศ. 2563) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้เกิดกระบวนการรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมกับภารกิจและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติต่อไป	1	แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการ	2	ศึกษานโยบายการบริหารกำลังคนภาครัฐ	3	กำหนดแนวทางการดำเนินงานให้คณะทำงานสามารถนำไปปฏิบัติได้	4	ทบทวนและวิเคราะห์บทบาท ภารกิจ และทิศทางของหน่วยงานในอนาคต	5	ขออนุมัติและจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์อัตรากำลังแก่คณะทำงาน/ผู้ที่เกี่ยวข้อง	-	ระดับ	5	-	-	-	หนังสือ/เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะทำงานวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง
27	2564	5	ร้อยละของสำนวนเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้าง ก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลังพิจารณา	RB 3	1	1	1	การดำเนินการทางวินัยมีความถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด	10	"1. อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2553 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ที่ประชุม อ.ก.พ.กระทรวงการคลังได้มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการที่ให้แต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยที่ส่วนราชการต่างๆ ในสังกัดกระทรวงการคลังรายงานมายัง อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาตามนัยมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 รวมทั้งการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษของลูกจ้าง ตามข้อ 3.3 ของหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0527.6/ว 50 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2541
2. อ.ก.พ.กระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่ง ที่ 1/2553 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2553 ที่ 14/2558 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 และ ที่ 4/2559 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลังพิจารณา (คณะทำงานฯ)
3. พิจารณาจากสำนวนการดำเนินการทางวินัยข้าราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง (จำนวนเรื่อง) ที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะทำงานฯ ซึ่งส่วนวินัยและคุณธรรมจะตรวจสอบสำนวนการดำเนินการทางวินัย โดยตรวจสอบข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง มาตรฐานการลงโทษ ตลอดจนกระบวนการการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ และสรุปข้อเท็จจริงพร้อมทั้งเสนอความเห็น และจัดทำเอกสารเสนอต่อที่ที่ประชุมคณะทำงานฯ เพื่อให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ พิจารณา และมีมติเห็นชอบในเรื่องเกี่ยวกับความผิดและโทษ ตลอดจนขั้นตอนกระบวนการดำเนินการทางวินัย ตามที่ส่วนวินัยและคุณธรรมเสนอความเห็น"	60	ร้อยละ 60	65	ร้อยละ 65	70	ร้อยละ 70	75	ร้อยละ 75	80	ร้อยละ 80 ขึ้นไป	นับเฉพาะกรณีที่คณะทำงานฯ มีมติถึงที่สุดเห็นชอบด้วยกับความผิดและโทษ ตลอดจนขั้นตอนกระบวนการดำเนินการทางวินัย ตามที่ส่วนวินัยและคุณธรรมได้เสนอ	ร้อยละ	80	89.19	100	-	รายงานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาในเรื่องการดำเนินการทางวินัยข้าราชการและพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างก่อนนำเสนอให้ อ.ก.พ.กระทรวงการคลังพิจารณา
28	2569	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569	สบค. 5	1	2	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ	10	กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุง พัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น	76	-	78	-	80	-	82	-	84	-	-	ร้อยละ	84	88.9	83.27	84.7	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
29	2563	5	ร้อยละของระดับความพึงพอใจของผู้สมัครงานที่มีต่อการสมัครงานผ่านระบบออนไลน์	SC 2	1	1	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของส่วนราชการ	5	ด้วยยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 (ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ) กำหนดให้การบริหารงานบุคคลต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล จึงได้จัดทำโครงการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง (ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว) ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สนใจเข้ารับสมัครงาน เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการ และลดเอกสารในการรับสมัครงาน ทั้งนี้การประเมินผลจะพิจารณาจากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้สมัครงานที่มีต่อการสมัครงานผ่านระบบออนไลน์ โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ค่าเฉลี่ยคะแนนการตอบแบบสอบถาม / 5 X 100	60	-	65	-	70	-	75	-	80	-	-	ร้อยละ	80	86	-	-	แบบประเมินความพึงพอใจของผู้สมัครงานที่มีต่อการสมัครงานผ่านระบบออนไลน์ และผลการวิเคราะห์แบบประเมินความพึงพอใจของผู้สมัครงานที่มีต่อการสมัครงานผ่านระบบออนไลน์
30	2563	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563	SC 1	1	1	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของส่วนราชการ	5	กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุง พัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น	68	-	71	-	74	-	77	-	80	-	-	ร้อยละ	80	78.8	73.64	-	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
31	2568	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568	สบค. 5	1	1	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ	10	"กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุง พัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
งบประมาณโครงการ : ไม่มี"	74	-	76	-	78	-	80	-	82	-	-	ร้อยละ	82	83.1	80.5	84.7	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
32	2565	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565	สบค. 3	1	1	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ	10	กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุง พัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น	68	-	71	-	74	-	77	-	80	-	-	ร้อยละ	80	74	78.8	73.64	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
33	2564	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564	RB 1	1	1	2	ด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของส่วนราชการ	5	กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุง พัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น	68	-	71	-	74	-	77	-	80	-	-	ร้อยละ	80	74	78.8	73.64	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
34	2564	5	ระดับความสำเร็จของการตรวจสอบคุณวุฒิของผู้สมัครเข้ารับราชการเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ	SC 2	1	2	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของส่วนราชการ	5	เนื่องจากการสรรหาและเลือกสรรเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ (โดยวิธีการสอบแข่งขัน) ซึ่งเป็นกระบวนการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะอื่น ๆ ที่เหมาะสม เข้ามาปฏิบัติงาน มีความเสี่ยงที่สำคัญประการหนึ่งคือ อาจมีผู้สมัครใช้เอกสารคุณวุฒิไม่ตรงตามประกาศรับสมัครยื่นสมัครสอบแข่งขัน จึงได้กำหนดมาตรการ 4 ประการ เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าว	1	ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการรายงานตัวของผู้ผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ข้อเขียน) ตามที่ สป.กค. ประกาศแจ้งให้ทราบ ประกอบด้วย  1) ใบตรวจรับเอกสาร  2) ปริญญาบัตร และระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) (ต้นฉบับ พร้อมสำเนา)  3) หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาตรีขึ้นไปของสำนักงาน ก.พ. (ต้นฉบับ พร้อมสำเนา)4) บัตรประจำตัวประชาชน (ต้นฉบับ) และ 5) สำเนาเอกสารทางทหาร	2	ตรวจสอบเอกสารวุฒิการศึกษาจากต้นฉบับจริงของผู้ผ่านการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ข้อเขียน) ทุกรายว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัครฯ หรือไม่	3	"คัดแยกใบสมัครออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร (เป็นผู้มีคุณสมบัติ) 2) ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร (เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ) 3) ผู้มีคุณวุฒิการศึกษาไม่แน่ชัดเกี่ยวกับ ""สาขาวิชา"" หรือ ""ทาง"" ตามประกาศรับสมัคร (ต้องจัดส่งวุฒิการศึกษาให้สำนักงาน ก.พ. รับรองคุณวุฒิ)"	4	"จัดส่งเอกสารวุฒิการศึกษาของรายที่ไม่แน่ชัดว่าตรงตามประกาศรับสมัครหรือไม่ ไปให้สำนักงาน ก.พ. ตรวจสอบ และรับรองคุณวุฒิ โดยกรณีนี้ ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ สำหรับรายที่ต้องรอผลการตรวจสอบและรับรองคุณวุฒิการศึกษาจากสำนักงาน ก.พ. จะปรากฏเครื่องหมาย *** หมายถึง ""อยู่ระหว่างสำนักงาน ก.พ. ตรวจสอบคุณวุฒิ"""	5	มีการดำเนินการตามระดับ 1-4 ทุกครั้ง และทุกรายเมื่อมีการรับสมัครสอบแข่งขันฯ	มาตรการดังกล่าวจะใช้เฉพาะกรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญเท่านั้น	ระดับ	5	-	-	-	ประกาศรับสมัครฯ มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ระบบการตรวจสอบคุณวุฒิของสำนักงาน ก.พ. และสำเนาหนังสือถึงสำนักงาน ก.พ.
35	2566	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566	สบค. 6	1	1	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ	15	กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุง พัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น	40	-	50	-	60	-	70	-	80	-	-	ร้อยละ	80	84.7	97.4	97	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
36	2567	5	ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567	สบค. 5	1	1	2	ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ	10	กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงพัฒนาการให้บริการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น	40	-	50	-	60	-	70	-	80	-	-	ร้อยละ	80	80	84.7	78.64	ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ประชาชน และสื่อมวลชน
37	2568	5	ระดับความสำเร็จของการประเมินความเสี่ยงและปรับปรุงการควบคุมภายใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568	สบค. 6	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล	10	"ด้วยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 78 บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐมีการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติงานของ สบค. จะมีความสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยจัดให้มีระบบการควบคุมและการบริหารจัดการที่สามารถป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน รวมถึงมีแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และมีผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมาย 
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	บุคลากรของสำนักเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ไม่น้อยกว่า 10 คน	2	มีการประชุมภายในสำนักเพื่อประเมินความเสี่ยงของการปฏิบัติงาน และกำหนดทิศทางการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของงาน	3	มีการออกแบบกิจกรรมเพื่อลดความเสี่ยง และได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการสำนัก	4	มีการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่ กพร./กตน. กำหนด	5	มีการรายงานผลการดำเนินการให้ผู้อำนวยการสำนักทราบ เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป		ระดับ	5	-	-	-	รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม/บันทึกช่วยจำการประชุมหรือรายงานการประชุม/รายงานผล ณ สิ้นปี
38	2567	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินการตามแผนการปรับปรุงการควบคุมภายใน	สบค. 6	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	ตามผลการสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของ สป.กค. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจะต้องปรับปรุงการควบคุมภายใน โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงของการดำเนินโครงการศูนย์รวมผลงานวิชาการและเพิ่มโอกาสในการบรรลุผลสำเร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567	1	ศึกษาวิธีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการ	2	กำหนดรูปแบบการใช้งานระบบศูนย์รวมผลงานวิชาการ	3	ประสานขอความร่วมมือจาก ศทส./จัดทำรูปแบบของระบบเอง	4	ทดสอบการเข้าถึงและการดาวน์โหลดข้อมูลผลงานวิชาการจากระบบ	5	แจ้งให้บุคลากรในสังกัด สป.กค. และ สร.กค. ทราบ		ระดับ	5	-	-	-	-
39	2567	5	ระดับความสำเร็จของการจัดกิจกรรม HRD Clinic	สบค. 7	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	เนื่องจากในการกำกับติดตามการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรับทุนการศึกษา ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระดับสำนัก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในอดีตที่ผ่านมาพบว่ามีการติดต่อประสานงานกับผู้รับทุนการศึกษาแต่ละคนหลายครั้งในเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นเหตุให้สิ้นเปลืองทรัพยากรที่ใช้ในการติดต่อประสานงาน อีกทั้งมีกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาบางรายต้องจ่ายเบี้ยปรับเพราะสัญญารับทุนการศึกษาครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้ ทำให้ต้องเพิ่มขั้นตอนในการนำส่งรายได้แผ่นดิน ดังนั้น เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนในการปฏิบัติงานซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของผู้รับทุนการศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัด รวมทั้งเพื่อลดขั้นตอนในการดำเนินการนำส่งรายได้แผ่นดินในกรณีที่ผู้รับทุนการศึกษาต้องจ่ายเบี้ยปรับ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงจัดให้มีกิจกรรม Human Resource Development Clinic (HRD Clinic) ถาม-ตอบ ปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรับทุนการศึกษา ภายใต้เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดและผู้รับทุนการศึกษาสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์การรับทุนการศึกษา และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการติดตามสถานะของผู้รับทุนการศึกษาให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น	1	รวบรวมข้อมูลผู้รับทุนการศึกษาของกระทรวง	2	วิเคราะห์ข้อมูลผู้รับทุนการศึกษา  และรายงานผลการติดตามผู้รับทุนการศึกษาให้ผู้บริหารทราบ	3	จัดกิจกรรม HRD Clinic	4	ประเมินความพึงพอใจจากการจัดกิจกรรมและรายงานให้ผู้บริหารทราบ โดยมีผลคะแนนความพึงพอใจร้อยละ 80 ขึ้นไป	5	ออกแบบแบบฟอร์มเพื่อใช้ติดตามสถานะของผู้รับทุนการศึกษาของกระทรวง	-	ระดับ	5	-	-	-	-
40	2568	5	ระดับความสำเร็จของการปรับปรุงกระบวนงานและจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน	สบค. 7	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล	10	"ตามแนวทางการดำเนินการตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ เพื่อให้หน่วยงานในสังกัด สป.กค. และ สร.กค มีการบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน ผ่านการออกแบบและการจัดการกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงาน เกิดการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	พิจารณาคัดเลือกกระบวนงานเพื่อนำมาปรับปรุง	2	ศึกษา วิเคราะห์กระบวนงาน/วิธีการในการปรับปรุงกระบวนงาน	3	จัดทำโครงร่างการปรับปรุงกระบวนงานหรือออกแบบกระบวนงานที่ปรับปรุงใหม่	4	จัดทำร่างคู่มือการปฏิบัติงานตามที่ได้ปรับปรุงกระบวนงาน	5	จัดทำคู่มือฯ ตามแบบฟอร์มที่ กพร. กำหนด แล้วเสร็จ อย่างน้อย 1 กระบวนงาน		ระดับ	5	-	-	-	hr.mof.go.th
41	2566	5	ระดับความสำเร็จของการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำครื่องมือทางจิตวิทยามาสนับสนุนกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร	สบค. 8	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	เนื่องจากกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรให้ได้ผู้ที่มีคุณภาพและมีคุณสมบัติตรงตามลักษณะงานและความต้องการของหน่วยงานนั้นมีความละเอียดซับซ้อน และปัจจุบันการสัมภาษณ์ผู้สมัครในระยะเวลาสั้น ๆ ยังไม่สามารถคัดกรองให้ได้ผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการมากนัก ประกอบกับคณะรัฐมนตรี ได้มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 อนุมัติร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอ ซึ่งร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรคฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ.2553 ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน โดยได้เพิ่ม “โรคจิต” (Psychosis) หรือ “โรคอารมณ์ผิดปกติ” (Mood Disorders) ที่มีอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ เป็นลักษณะต้องห้ามด้วย ดั้งนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตลอดจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการคัดเลือกบุคลากร สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงจะศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเครื่องมือทางจิตวิทยามาใช้สนับสนุนการดำเนินการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง	1	ศึกษากฎ ระเบียบ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร	2	ศึกษาวิธีการทางจิตวิทยาที่องค์กรมักนำมาใช้ในการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร	3	ค้นหาหน่วยงานต้นแบบที่ได้นำวิธีการทางจิตวิทยามาใช้ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือก	4	ประสานและขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง	5	สรุปผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำวิธีการทางจิตวิทยามาใช้กับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง	-	ระดับ	5	-	-	-	รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำวิธีการทางจิตวิทยามาใช้กับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง
42	2563	5	ระดับความสำเร็จของการดำเนินการ Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล	MR 2	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้จัดทำ Webpage ของสำนัก ภายใต้ Website ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (www.palad.mof.go.th ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนั้น เพื่อให้การใช้งาน Webpage ของ สบค. เป็นไปอย่างราบรื่น ต่อเนื่อง และบรรลุวัตถุประสงค์ สบค. จึงกำหนดให้มีการวัดผลการดำเนินการ Webpage สบค. ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา	1	มอบหมายเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ admin ดูแล Webpage ของสำนัก	2	มอบหมายเจ้าหน้าที่ในแต่ละหน่วยงานในสังกัดให้ทำหน้าที่จัดทำ ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลในความรับผิดชอบให้ admin ดำเนินการต่อไป รวมทั้ง ทำหน้าที่บ่งชี้และให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของการใช้งาน Webpage ในอนาคต	3	มีการติดตามและรายงานผลการใช้งาน Webpage อย่างน้อย 1 ไตรมาส	4	มีการปรับปรุงข้อมูลใน Webpage ให้ถูกต้องและครบถ้วนอย่างสม่ำเสมอ	5	มีการจัดประชุมระดับสำนักเพื่อพิจารณาประเมินผลการใช้งาน และจัดทำแนวทางการพัฒนาเกี่ยวกับ Webpage ของสำนักในปีงบประมาณต่อไป	-	ระดับ	5	5	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล
43	2563	5	จำนวนหน่วยงานในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลที่จัดทำเอกสารประกอบการประชุมด้วย QR Code	MR 1	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านบริหารทรัพยากรบุคคล	15	ด้วยคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 รับทราบเรื่องการลดการใช้กระดาษด้วย QR Code และมาตรการการยกเลิกการขอสำเนาเอกสารของทางราชการจากประชาชน สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยี QR Code มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำเอกสารประกอบการประชุม อ.ก.พ. กระทรวงการคลัง (การบริหารงานบุคคล และการดำเนินการทางวินัย) และการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้เข้าร่วมการประชุมเข้าถึงเอกสารประกอบการประชุมผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ลดปริมาณการใช้กระดาษของส่วนราชการ และลดเวลาสำหรับเจ้าหน้าที่ในการจัดทำสำเนาเอกสารประกอบการประชุม ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สบค. ได้กำหนดเป้าหมายของการจัดทำเอกสารประกอบการประชุมให้ครอบคลุมหน่วยงานในสังกัด จำนวน 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย ส่วนบริหารอัตรากำลัง ส่วนบริหารงานบุคคล ส่วนวินัยและคุณธรรม และส่วนพัฒนาบุคคล	0	-	1	-	2	-	3	-	4	-	 	หน่วยงาน	4	-	-	-	1) แฟ้มเอกสารการประชุม (หนังสือเชิญประชุมพร้อมแนบ QR Code) และ 2) ไฟล์ข้อมูลเอกสารประกอบการประชุมที่สแกนแล้ว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
44	2566	5	ระดับความสำเร็จของการจัดเก็บเอกสารผลงานที่ผ่านการประเมินเลื่อนขึ้นแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการและชำนาญการพิเศษ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการฯ ในระบบคลาวด์	สบค. 7	1	1	3	ดำเนินการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ/แนวนโยบายแห่งรัฐ	15	สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้ริเริ่มปรับปรุงกระบวนการการจัดเก็บเอกสารผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ โดยสำรองข้อมูลผลงานที่ผ่านการประเมิน (เฉพาะ สป.กค. และ สร.กค.) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์บนระบบ Cloud เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการประเมินผลงาน ฯ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในฐานะเลขานุการฯ คณะกรรมการ	1	วางแผนการจัดเก็บเอกสารผลงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการของเจ้าหน้าที่ในสังกัดสป.กค. และ สร.กค. ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กำหนด	2	จัดทำฐานข้อมูลเพื่อรองรับการจัดเก็บเอกสาร	3	จัดทำหนังสือแจ้งให้ผู้ผ่านการประเมินจัดทำผลงานที่ผ่านการประเมินแล้ว ในรูปแบบไฟล์ PDF	4	รวบรวมและจัดเก็บผลงานที่ผ่านการประเมินในระบบ Cloud	5	แชร์ข้อมูลให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ สามารถเข้าถึงเอกสารผลงานผ่านระบบ Cloud	-	ระดับ	5	-	-	-	เอกสารผลงานในระบบ Cloud ของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน
45	2564	5	ระดับความสำเร็จของการเพิ่มช่องทางในการตอบคำถามเกี่ยวกับงานตามภารกิจหลักของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล	MR 1	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	จากการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พบว่า ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีข้อเสนอแนะว่า เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการควรปรับปรุงระยะเวลาในการตอบข้อหารือ และควรมีความรู้ความสามารถในการตอบข้อคำถามในแนวทางเดียวกัน ดังนั้น สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเห็นควรให้แต่ละส่วนที่รับผิดชอบภารกิจหลักเพิ่มช่องทางในการตอบคำถาม/ข้อหารือ โดยจัดทำคำอธิบายสำหรับข้อคำถามที่พบบ่อยในรูปแบบลายลักษณ์อักษร (Q&A) อย่างน้อยส่วนงานละ 20 ข้อ แล้วจัดส่งให้ส่วนบริหารอัตรากำลังเป็นผู้รวบรวมก่อนส่งต่อให้ฝ่ายบริหารงานทั่วไปเผยแพร่ผ่านช่องทาง Webpage เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เป็นมาตรฐาน ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว	1	รวบรวมและจัดทำ Q&A ของสำนัก อย่างน้อย 10 ข้อ	2	รวบรวมและจัดทำ Q&A ของสำนัก อย่างน้อย 20 ข้อ	3	รวบรวมและจัดทำ Q&A ของสำนัก อย่างน้อย 40 ข้อ	4	รวบรวมและจัดทำ Q&A ของสำนัก อย่างน้อย 60 ข้อ	5	รวบรวมและจัดทำ Q&A ของสำนัก อย่างน้อย 80 ข้อ	-	ระดับ	5	-	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
46	2564	5	ระดับความสำเร็จของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทาง Webpage	MR 2	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้จัดทำ Webpage ของสำนัก ภายใต้ Website ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (www.palad.mof.go.th) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ได้แต่งตั้ง admin เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการ Webpage อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพื่อให้ Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องและบรรลุตามวัตถุประสงค์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จึงได้กำหนดให้มีการปรับปรุงข้อมูลใน Webpage ให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ	1	เร่งรัด ติดตามแต่ละส่วนงานให้นำส่งข้อมูลเพื่อนำไปเผยแพร่ใน Webpage อย่างน้อย 1 ครั้ง	2	เร่งรัด ติดตามแต่ละส่วนงานให้นำส่งข้อมูลเพื่อนำไปเผยแพร่ใน Webpage อย่างน้อย 2 ครั้ง	3	เร่งรัด ติดตามแต่ละส่วนงานให้นำส่งข้อมูลเพื่อนำไปเผยแพร่ใน Webpage อย่างน้อย 3 ครั้ง	4	เร่งรัด ติดตามอย่างน้อย 3 ครั้ง รวมทั้งปรับปรุงข้อมูลใน Webpage ให้เป็นปัจจุบัน	5	ดำเนินการได้ตามระดับ 4 รวมทั้งจัดให้มีการประชุมเพื่อประเมินผลการดำเนินการ และกำหนดแนวทางเพื่อการพัฒนา Webpage ในปีงบประมาณถัดไป	-	ระดับ	5	4	5	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
47	2565	5	ร้อยละของการนำเข้าข้อมูลผู้รับทุนการศึกษาภายใต้เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลังบนคลาวด์	สบค. 5	2	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	"ด้วยวิสัยทัศน์ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ""เป็นศูนย์กลางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักธรรมาภิบาล"" ประกอบกับ ปัญหาการจัดเก็บข้อมูลผู้รับทุนการศึกษาภายใต้เงินกองทุนพัฒนาบุคลากรของกระทรวงการคลัง (ผู้รับทุนการศึกษา) ที่มีอยู่อย่างจำกัด และในแต่ละปีงบประมาณมีผู้รับทุนการศึกษา จำนวนมากกว่า 80 ราย/ปี ดังนั้น จึงควรมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อรองรับปริมาณการทำงานในอนาคตที่เพิ่มมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมวิสัยทัศน์ดังกล่าว ในการนี้ สพบ. จึงได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการจัดเก็บข้อมูล (Cloud) มาปรับใช้กับข้อมูลผู้รับทุนการศึกษา โดยการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถเรียกดูข้อมูลผ่านการค้นหารายชื่อผู้รับทุนการศึกษาผ่านทางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ทดแทนการเก็บเอกสารที่เป็นกระดาษจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นการประหยัดพื้นที่ในการเก็บเอกสาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในระดับกระทรวง ส่วนราชการในสังกัด และผู้รับทุนการศึกษา ยังสามารถบูรณาการในการทำงานบนฐานข้อมูลดังกล่าวร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ได้ประสิทธิผล โปร่งใส สามารถตรวจสอบและค้นหาเอกสารได้ง่ายและรวดเร็ว"	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	จัดเก็บข้อมูลผู้รับทุนการศึกษาของ สป.กค. และ สร.กค. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึงปัจจุบัน	ร้อยละ	90	-	-	-	"https://mailrmuttac-my.sharepoint.com/:f:/g/personal/yutitham_m_mail_rmutt_ac_th
/Egz0JjpgRYxKoT0Pc18iZcEBVNiHkkGM1x-dnwMhgI5pEA?e=860keA"
48	2565	5	ระดับความสำเร็จของการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนของลูกจ้างประจำ	สบค. 4	2	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานการบริหารทรัพยากรบุคคล	15	กระบวนการออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนของลูกจ้างประจำ ในสังกัด สร.กค. และ สป.กค. ต้องดำเนินการออกคำสั่งให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด รอบที่ 1 ( 1 ตุลาคม - 31 มีนาคม) กำหนดไว้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมหรือไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน รอบที่ 2 (1 เมษายน - 30 กันยายน)  กำหนดไว้สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนหรือไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม เพื่อให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนถูกต้องตามความจริงสอดคล้องกับผลการประเมินในแต่ละรอบการประเมิน	1	ออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนลูกจ้างประจำเกินกว่าเวลาที่กำหนด 3 เดือน ทั้ง 2 รอบการประเมิน	2	ออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนลูกจ้างประจำเกินกว่าเวลาที่กำหนด 2 เดือน ทั้ง 2 รอบการประเมิน	3	ออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนลูกจ้างประจำเกินกว่าเวลาที่กำหนด 1 เดือน ทั้ง 2 รอบการประเมิน	4	ออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนลูกจ้างประจำภายในระยะเวลาที่กำหนด อย่างน้อย 1 รอบการประเมิน	5	ออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการและค่าตอบแทนลูกจ้างประจำภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้ง 2 รอบการประเมิน	-	ระดับ	5	-	-	-	หนังสือราชการ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
49	2569	5	ระดับความสำเร็จของการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน	สบค. 6	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานภายในสำนัก	10	"เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติราชการขับเคลื่อนกระทรวงการคลังสู่การเป็นกระทรวงการคลังดิจิทัล (Digital MOF) ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) จึงได้มอบหมายให้ส่วนบริหารงานบุคคล และส่วนวินัยและคุณธรรม ประสานกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามผลการดำเนินการทางวินัย ต่อไป
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	กำหนดวัตถุประสงค์ ประโยชน์ และขอบข่ายความต้องการในการนำอิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน สำเร็จทั้ง 2 ระบบ	2	ประสานงานกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จำนวน 1 ระบบ	3	ประสานงานกับศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จำนวน 2 ระบบ	4	จัดทำรายงานผลการศึกษาฯ สำเร็จ 1 ระบบ	5	จัดทำรายงานผลการศึกษาฯ สำเร็จ  2 ระบบ		ระดับ	5	-	-	-	รายงานผลการศึกษา/บันทึกข้อความถึงศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ/ภาพถ่ายการประชุมหารือ
50	2569	5	ระดับความสำเร็จของการปรับปรุงกระบวนงานและจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน	สบค. 7	1	1	3	ปรับปรุง/พัฒนากระบวนงานภายในสำนัก	10	"ตามแนวทางการดำเนินการตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ เพื่อให้หน่วยงานในสังกัด สป.กค. และ สร.กค มีการบริหารจัดการกระบวนการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน ผ่านการออกแบบและการจัดการกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงาน เกิดการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	พิจารณาคัดเลือกกระบวนงานเพื่อนำมาปรับปรุง	2	ศึกษา วิเคราะห์กระบวนงาน/วิธีการในการปรับปรุงกระบวนงาน	3	จัดทำโครงร่างการปรับปรุงกระบวนงานหรือออกแบบกระบวนงานที่ปรับปรุงใหม่	4	จัดทำร่างคู่มือการปฏิบัติงานตามที่ได้ปรับปรุงกระบวนงาน	5	จัดทำคู่มือฯ ตามแบบฟอร์มที่ กพร. กำหนด แล้วเสร็จ อย่างน้อย 1 กระบวนงาน		ระดับ	5	5	-	-	คู่มือการปฏิบัติงาน/hr.mof.go.th
51	2569	5	ร้อยละของข้าราชการ/พนักงานราชการ/ลูกจ้างชั่วคราว ที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ	สบค. 8	2	1	4	พัฒนาบุคลากรภายในสำนัก	10	"เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงกำหนดให้บุคลากรพัฒนาตนเองโดยเข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา ในรูปแบบ online /onside โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมฯ = จำนวนบุคลากรในสำนักที่พัฒนาตนเองตามเงื่อนไข/จำนวนบุคลากรในสำนักทั้งหมด X 100
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	"1) บุคลากรประเภท ""ข้าราชการ"" วัดผลสัมฤทธิ์ตามรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ โดยในหนึ่งรอบการประเมินฯ จะต้องเข้าร่วมโครงการ/หลักสูตรที่จัดโดยกระทรวงหรือ สป.กค. อย่างน้อย 1 หลักสูตร และเข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ/ประชุมชี้แจง อีก 1 หลักสูตร 
2) บุคลากรประเภท ""พนักงานราชการ"" และ ""ลูกจ้างชั่วคราว"" จะต้องผ่านการฝึกอบรม อย่างน้อย 1 หลักสูตร/ปีงบประมาณ"	ร้อยละ	90	100	100	100	ตารางบันทึกข้อมูลบุคลากรและหลักสูตรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา
52	2569	5	ร้อยละความสำเร็จของการสนับสนุนกระบวนการจัดการความรู้	สบค. 9	1	2	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	10	"ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) จะดำเนินการสนับสนุนกระบวนการจัดการความรู้ของสำนัก ดังนี้
1. จัดทำเอกสาร/ภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว เพื่อถ่ายทอดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานบุคคล
2. ทบทวนและแต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการ Website ของสำนัก เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการ Website ของสำนัก ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับโครงสร้าง Website ที่จัดทำใหม่
3. คณะทำงานบริหารจัดการ Website ปรับปรุงเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอให้มีความน่าสนใจและเป็นปัจจุบัน 
4. จัดเก็บรายงานการประชุม อ.ก.พ. กระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ในระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติงานของส่วนวินัยและคุณธรรม
5. จัดเก็บเอกสารการประชุมของคณะทำงาน/คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตำแหน่ง ในระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติงานของส่วนบริหารอัตรากำลัง
โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละะความสำเร็จฯ = จำนวนเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ/เรื่องทั้งหมดที่จะต้องดำเนินการ X 100
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	20	-	40	-	60	-	80	-	100	-	-	ระดับ	80	-	-	-	Website สบค., คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน, ภาพหน้าจอการจัดเก็บข้อมูลในระบบคลาวด์
53	2568	5	ร้อยละของข้าราชการ/พนักงานราชการ/ลูกจ้างชั่วคราว ที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ	สบค. 8	1	1	4	พัฒนาบุคลากรภายในสำนัก	5	"เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาเสริมสร้างคุณภาพบุคลากรตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โดยส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงกำหนดให้บุคลากรทั้งประเภทข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว พัฒนาตนเองโดยเข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา ในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปีงบประมาณ โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมฯ = จำนวนบุคลากรในสำนักที่พัฒนาตนเองตามเงื่อนไข/จำนวนบุคลากรในสำนักทั้งหมด X 100
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาบุคลากรภายในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน สบค. จึงกำหนดเงื่อนไขให้บุคลากรประเภทข้าราชการ ให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถตามสายงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน ซึ่งได้บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการ สป.กค.	ร้อยละ	90	100	-	-	ตารางแสดงรายชื่อบุคลากรและหลักสูตรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา
54	2568	5	ระดับความสำเร็จของการทบทวนและปรับปรุงองค์ความรู้ภายในสำนัก	สบค. 9	1	1	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	5	"สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้ริเริ่มจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานนับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้ริเริ่มจัดทำ Q&A ตามภารกิจงานของทุกหน่วยงาน เพื่อเป็นองค์ความรู้ให้แก่บุคลากร โดยนำไปเผยแพร่ใน Webpage ของสำนัก อย่างไรก็ดี เนื่องจากปัจจุบันมีการปรับปรุง/แก้ไขกฎและระเบียบบางประการ สบค. ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ข้อมูลและองค์ความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทันสมัย และเหมาะสมกับการสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเห็นควรกำหนดแนวทางการปรับปรุงองค์ความรู้ภายในสำนัก ดังนี้
1) ทบทวนและปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน
3) จัดทำ Q&A จำนวน 5 ข้อ (ยกเว้นฝ่ายบริหารงานทั่วไป) 
โดยส่วนบริหารอัตรากำลังจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลดังกล่าวและส่งให่ฝ่ายบริหารงานทั่วไปนำไปเผยแพร่ใน Web Page ของสำนักต่อไป
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	จัดประชุมภายในสำนักเพื่อทำความเข้าใจแนวทางการปรับปรุงคู่มือการปฏิบัติงานและ Q&A	2	ทุกหน่วยงานทบทวนคู่มือฯ ที่มีการเผยแพร่ใน Webpage ของสำนัก	3	ทุกหน่วยงานทบทวนคู่มือฯ และปรับปรุงคู่มือฯ ในเรื่องที่มีขั้นตอนหรือกฎและระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป	4	มีการดำเนินการตามผลลัพธ์ระดับ 3 และจัดทำ Q&A  จำนวน 10 ข้อ	5	มีการดำเนินการตามผลลัพธ์ระดับ 3 และจัดทำ Q&A  จำนวน 15 ข้อ		ระดับ	5	-	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
55	2568	5	ร้อยละความสำเร็จของการบริหารและพัฒนา Webpage ของสำนัก	สบค. 10	1	2	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	5	"นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้จัดทำ Webpage ภายใต้ Website ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนัก และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567  สบค. ได้สำรวจความพึงพอใจของบุคลากรที่มีต่อ Webpage พร้อมทั้งกำหนดแนวการปรับปรุง/พัฒนาสำหรับปีงบประมาณถัดไป ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการของสำนักเป็นไปตามแนวทางการปรับปรุง/พัฒนาที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ  สบค. จึงกำหนดขั้นตอนการของดำเนินการโดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ดังนี้
1) แต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงและพัฒนา Webpage ของสำนัก ประกอบด้วยผู้แทนจากทุกหน่วยงาน
2) คณะทำงานสำรวจและตรวจสอบเนื้อหา (content) ใน Webpage ระบุขอบเขตที่ต้องการปรับปรุง/แก้ไขอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ Webpage มีความน่าสนใจ ทันสมัย และเข้าใจง่าย 
3) ผู้ดูแล Webpage (admin) ประสานคณะทำงานฯ และดำเนินการตามข้อเสนอแนะ อย่างสม่ำเสมอ
4) มีการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาใน Webpage ทุกครั้ง ที่มีการปรับปรุง/แก้ไข
5) สำรวจความพึงพอใจของบุคลากรใน สป.กค. และ สร.กค. ที่มีต่อ Webpage ของสำนัก
6) จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจความคิดเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนัก 
7) วางแนวทางการปรับปรุง/พัฒนา Webpage สำหรับปีงบประมาณถัดไป
ทั้งนี้ การให้คะแนนพิจารณาจากร้อยละของการปฏิบัติจริงกับแนวทางการการปฏิบัติที่กำหนดไว้ (7 ขั้นตอน) โดยมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนขั้นตอนที่ปฏิบัติจริง/จำนวนขั้นตอนที่กำหนดไว้ X 100
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	40	-	50	-	60	-	70	-	80	-	-	ร้อยละ	80	100	80	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
56	2563	5	ร้อยละของบุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมชี้แจง	CB 2	2	1	4	พัฒนาองค์ความรู้ภายใน สบค.	5	บุคลากร หมายถึง ข้าราชการในสังกัดสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล การฝึกอบรม หมายถึง การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ ความชำนาญ ความสามารถและทัศนคติที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาตนเอง และปฏิบัติงานตามหน้าที่และอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ให้รวมถึงการเรียนหลักสูตรออนไลน์ด้วย สัมมนา หมายถึง การประชุมในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่กำหนดขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่ข้อมูลและข้อเสนอแนะซึ่งจะช่วยให้มีระบบหรือวิธีการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การประชุมชี้แจง หมายถึง กิจกรรมของกลุ่มบุคคลซึ่งมาพบปะกันตามกำหนดนัดหมายโดยมีวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และเพื่อแก้ปัญหา เป็นต้น ทั้งนี้ให้รวมถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้วย โดยมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนบุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมชี้แจงตามเงื่อนไข อย่างน้อย 1 ครั้ง / จำนวนบุคลากรทั้งหมดใน สบค. X 100	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	-	ร้อยละ	90	-	-	-	รายงานสรุปจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมชี้แจง ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล
57	2568	5	ระดับความสำเร็จของการผลักดันการสร้างนวัตกรรมในหน่วยงาน	สบค. 11	1	1	4	ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมภายในสำนัก	5	"สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ได้ดำเนินโครงการประกวดรางวัล คนคลังคิด โดยมีวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นให้บุคลากรในสังกัด สป.กค. และ สร.กค. เกิดความคิดริเริ่มในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 
งบประมาณในการดำเนินโครงการ : ไม่มี"	1	หน่วยงานจัดส่งบุคลากรร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ คนคลังคิด	2	-	3	-	4	-	5	หน่วยงานส่งผลงานเข้าประกวดรางวัล คนคลังคิด อย่างน้อย 1 ผลงาน	-	ระดับ	5	-	-	-	"รายชื่อผลงานส่งเข้าประกวดรางวัล ""คนคลังคิด"" ที่รวบรวมโดย สนย."
58	2563	5	ร้อยละของจำนวนคู่มือการปฏิบัติงานที่ได้รับการทบทวนและปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน	CB 1	1	1	4	พัฒนาองค์ความรู้ภายในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล	5	"ด้วยทรัพยากรบุคคลคือปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมให้หน่วยงานมีบุคลากรที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับภารกิจ นับตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์อัตรากำลัง การสรรหาและเลือกสรรบุคลากร การประเมินผลการปฏิบัติราชการ การพัฒนาและการรักษาบุคลากรไว้ อย่างไรก็ดี เนื่องจากการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐมีกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส รวดเร็ว และสามารถอธิบายได้
อย่างไรก็ดี เนื่องจากกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเห็นควรให้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงคู่มือฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560-2561 รวมจำนวน 11 เรื่อง"	20	-	40	-	60	-	80	-	100	-	-	ร้อยละ	100	-	-	-	Wepage hr.mof.go.th
59	2567	5	ร้อยละความสำเร็จของการบริหารและพัฒนา Webpage ของสำนัก	สบค. 10	1	2	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	3	"นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้จัดทำ Webpage ของสำนักภายใต้ Website ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภารกิจงานของ สบค. ในการนี้ เพื่อให้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและส่งเสริมให้มีการใช้งาน Webpage ของสำนักอย่างต่อเนื่อง จึงกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการ Webpage ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้
1) สำรวจและตรวจสอบเนื้อหา (content) ใน Webpage ให้เป็นปัจจุบัน ไม่ซ้ำซ้อนและเข้าถึงง่าย
2)่ ประสานส่วนงานต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงข้อมูลใน Webpage อย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อย 3 ครั้ง/ปี)
3) สำรวจความคิดเห็นของบุคลากรที่มีต่อ Webpage ของสำนัก
4) จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจความคิดเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนัก 
5) วางแนวทางการปรับปรุง/พัฒนา Webpage และประสาน ศทส. เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ของการปรับปรุง Webpage ในปีงบประมาณถัดไป
ทั้งนี้ การให้คะแนนพิจารณาจากร้อยละของการปฏิบัติจริงกับแนวทางการการปฏิบัติที่กำหนดไว้ (5 ขั้นตอน) โดยมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนขั้นตอนที่ปฏิบัติจริง/จำนวนขั้นตอนที่กำหนดไว้ X 100"	40	-	50	-	60	-	70	-	80	-	-	ร้อยละ	80	80	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
60	2567	5	จำนวนส่วน/ฝ่ายที่มีการจัดการความรู้ภายในหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม	สบค. 9	1	1	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	3	ตามมติคณะกรรมการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลัง ในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 ที่ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดให้มีระบบการจัดการความรู้ภายในหน่วยงาน สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ จึงกำหนดให้ทุกส่วน/ฝ่าย พิจารณาแนวทางในการจัดการความรู้ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะงานและวัฒนธรรมของตนเอง และรายงานผลการดำเนินการให้ผู้อำนวยการสำนักทราบภายในเดือนกันยายน 2567	1	-	2	-	3	-	4	-	5	-	-	จำนวนส่วน/ฝ่าย	5	-	-	-	หนังสือรายงานผลการดำเนินการถึงผู้อำนวยการสำนัก
61	2567	5	ร้อยละของข้าราชการ/พนักงานราชการ/ลูกจ้างชั่วคราว ที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ	สบค. 8	1	1	4	พัฒนาบุคลากรภายในสำนัก	4	เพื่อสนับสนุนบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาเสริมสร้างคุณภาพบุคลากรตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงกำหนดให้บุคลากรทั้งประเภทข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว พัฒนาตนเองโดยเข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา ในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ก็ได้ อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปีงบประมาณ โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมฯ = จำนวนบุคลากรในสำนักที่พัฒนาตนเองตามเงื่อนไข/จำนวนบุคลากรในสำนักทั้งหมด X 100	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาบุคลากรภายในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน สบค. จึงกำหนดเงื่อนไขให้บุคลากรประเภทข้าราชการ ให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถตามสายงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน ซึ่งได้บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการ สป.กค. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567	ร้อยละ	90	100	-	-	ตารางแสดงรายชื่อบุคลากรและหลักสูตรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา
62	2566	5	ร้อยละความสำเร็จของการรวบรวมองค์ความรู้ภายในสำนัก	สบค. 11	1	2	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	5	"เนื่องจากการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากอย่างเคร่งครัด จึงตระหนักถึงความจำเป็นในการรวบรวมองค์ความรู้ภายในสำนัก เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีเอกสารอ้างอิงที่ชัดเจนสำหรับใช้ปฏิบัติงานให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส รวดเร็ว และสามารถอธิบายได้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล จึงกำหนดแนวทางการรวบรวมองค์ความรู้ภายในสำนัก ดังนี้
1) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของส่วนบริหารงานบุคคล เพิ่มเติม 1 เรื่อง
2) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานของส่วนบริหารอัตรากำลัง เพิ่มเติม 1 เรื่อง
3) จัดทำ Q&A งานตามภารกิจของส่วนบริหารงานบุคคล 5 ข้อ
4) จัดทำ Q&A งานตามภารกิจของส่วนบริหารอัตรากำลัง 5 ข้อ
5) จัดทำ Q&A งานตามภารกิจของส่วนพัฒนาบุคคล 5 ข้อ
6) จัดทำ Q&A งานตามภารกิจของส่วนวินัยและคุณธรรม 5 ข้อ
7) พิจารณานำกระบวนงานที่น่าสนใจมาจัดทำ Infographic เพื่อให้บุคลากรทั่วไปเข้าใจได้ง่าย 1 กระบวนงาน
8) รวบรวมองค์ความรู้ของสำนักและเผยแพร่บน Webpage ของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล 
ทั้งนี้ การให้คะแนนพิจารณาจากร้อยละของการปฏิบัติจริงกับแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ โดยมีสูตรคำนวณ คือ จำนวนขั้นตอนที่ปฏิบัติได้จริง/จำนวนขั้นตอนที่กำหนดไว้ X 100"	60	-	65	-	70	-	75	-	80	-	-	ร้อยละ	80	-	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
63	2566	5	ร้อยละความสำเร็จของการบริหารจัดการ Webpage ของสำนัก	สบค. 10	1	2	4	จัดการความรู้ภายในสำนัก	5	"นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (สบค.) ได้จัดทำ Webpage ของสำนักภายใต้ Website ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภารกิจงานของ สบค. ในการนี้ เพื่อให้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสำนักผ่านช่องทาง Webpage อย่างต่อเนื่องและส่งเสริมให้มีการใช้งาน Webpage อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จึงกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการ Webpage ดังนี้
1) สำรวจและตรวจสอบความเรียบร้อยของข้อมูลข่าวสารใน Webpage ว่าเป็นปัจจุบัน ไม่ซ้ำซ้อน และพบปัญหาในการเข้าถึงข้อมูล หรือไม่?
2)่ ประสานไปยังส่วนงานต่าง ๆ ใน สบค. เพื่อปรับปรุงข้อมูลข่าวสารใน Webpage อย่างสม่ำเสมอ
3) ประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานอื่น ๆ ในสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง รับทราบช่องทางการเข้าถึงข้อมูลใน Webpage ของสำนัก
4) สำรวจความคิดเห็นของบุคลากรที่มีต่อ Webpage ของสำนัก
5) จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจความคิดเห็นเสนอต่อผู้อำนวยการสำนัก/คณะทำงานของสำนัก เพื่อวางแนวทางในการปรับปรุง/พัฒนา Webpage ในปีงบประมาณถัดไป
ทั้งนี้ การให้คะแนนพิจารณาจากร้อยละของการปฏิบัติจริงกับแนวทางการการปฏิบัติที่กำหนดไว้ (5 ขั้นตอน) โดยมีสูตรการคำนวณ คือ จำนวนขั้นตอนที่ปฏิบัติได้จริง/จำนวนขั้นตอนที่กำหนดไว้ X 100"	40	-	50	-	60	-	70	-	80	-	-	ร้อยละ	80	-	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
64	2566	5	ร้อยละของข้าราชการ/พนักงานราชการ/ลูกจ้างชั่วคราว ที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนาเชิงปฏิบัติการ/ประชุมเชิงปฏิบัติการ อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ	สบค. 9	1	1	4	พัฒนาบุคลากรภายในสำนัก	5	เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรมีความรู้และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาเสริมสร้างคุณภาพบุคลากรตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงกำหนดให้บุคลากรทั้งประเภทข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว พัฒนาตนเองโดยเข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ ในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ก็ได้ อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมฯ = จำนวนบุคลากรในสำนักที่พัฒนาตนเองตามเงื่อนไข/จำนวนบุคลากรในสำนักทั้งหมด X 100	40	-	50	-	60	-	70	-	80	-	-	ร้อยละ	80	-	-	-	ตารางแสดงรายชื่อบุคลากรและหลักสูตรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ
65	2564	5	จำนวนคู่มือการปฏิบัติงานที่มีการจัดทำเพิ่มเติม	CB 1	1	1	4	พัฒนาองค์ความรู้ภายในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล	5	ด้วยทรัพยากรบุคคลถือเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนหน่วยงานให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมให้หน่วยงานมีบุคลากรที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับภารกิจ อย่างไรก็ดีเนื่องจากการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐต้องดำเนินการตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง เพื่อใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงานให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส รวดเร็ว และสามารถอธิบายได้	1	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 1 เรื่อง	2	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 2 เรื่อง	3	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 3 เรื่อง	4	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 4 เรื่อง	5	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 4 เรื่อง และนำเรื่องเดิมมาจัดทำในรูปแบบ Infographic อย่างน้อย 1 เรื่อง	ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ให้จัดทำคู่มือฯ เฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจหลักของสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล จำนวน 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย ส่วนบริหารงานบุคคล ส่วนบริหารอัตรากำลัง ส่วนพัฒนาบุคคล และส่วนวินัยและคุณธรรม	จำนวน	5	5	5	5	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
66	2565	5	ระดับความสำเร็จของการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน	สบค. 10	1	1	4	พัฒนาองค์ความรู้ภายในสำนัก	2	ด้วยทรัพยากรบุคคลถือเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนหน่วยงานให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมให้หน่วยงานมีบุคลากรที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับภารกิจ อย่างไรก็ดีเนื่องจากการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐต้องดำเนินการตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก นับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงานให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส รวดเร็ว และสามารถอธิบายได้	1	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 1 เรื่อง	2	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 2 เรื่อง	3	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 1 เรื่อง และนำเรื่องเดิมมาจัดทำ Infographic จำนวน 1 เรื่อง	4	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 2 เรื่อง และนำเรื่องเดิมมาจัดทำ Infographic จำนวน 1 เรื่อง	5	จัดทำคู่มือฯ เพิ่มเติม 2 เรื่อง และนำเรื่องเดิมมาจัดทำ Infographic จำนวน 1 เรื่อง โดยเผยแพร่ผ่านช่องทาง Webpage ของสำนัก	-	ระดับ	5	2	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
67	2565	5	จำนวนข้อคำถามที่นำมาจัดทำ Q&A	สบค. 9	1	2	4	พัฒนาองค์ความรู้ภายในสำนัก	2	ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลได้กำหนดให้แต่ละส่วนที่รับผิดชอบภารกิจหลักจัดทำคำอธิบายสำหรับข้อคำถามที่พบบ่อยในการปฏิบัติงาน ในรูปแบบลายลักษณ์อักษร (Q&A) อย่างน้อยส่วนงานละ 20 ข้อ แล้วจัดส่งให้ส่วนบริหารอัตรากำลังเป็นผู้รวบรวมก่อนส่งต่อให้ฝ่ายบริหารงานทั่วไปเผยแพร่ผ่านช่องทาง Webpage เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เป็นมาตรฐาน ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และเพื่อให้สำนักมีฐานข้อมูลในรูปแบบ Q&A ครอบคลุมข้อคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานมากขึ้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จึงเห็นควรให้จัดทำข้อคำถามเพิ่มเติม ส่วนงานละ 10 ข้อคำถาม	20	-	25	-	30	-	35	-	40	-	-	จำนวน	40	-	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
68	2565	5	ระดับความสำเร็จของการกำหนดแนวทางการปรับปรุงสิทธิการเข้าถึงข้อมูลในระบบ DPIS	สบค. 8	1	1	4	พัฒนาฐานข้อมูลของสำนัก	2	DPIS (Departmental Personnel Information System) ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลระดับกรม เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการเกี่ยวกับข้าราชการและลูกจ้างประจำระดับกรม มีการพัฒนาและปรับปรุงหลายครั้ง เพื่อให้ทันกับความต้องการ กฎ ระเบียบและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันได้พัฒนาและปรับปรุงโปรแกรม Version 5.0 ให้สามาถจัดเก็บข้อมูลของลูกจ้างชั่วคราว ปรับปรุงการเก็บข้อมูลบุคคลได้ถึงระดับต่ำกว่าสำนัก/กอง 5 ระดับ การใช้งานตามโครงสร้างการมอบหมายงาน เพื่อให้สามารถใช้งานในการบริหารงานบุคคลให้แก่ส่วนราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีที่ผ่านมามีการกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล ทำให้บุคลากรในสำนักไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึง	1	กำหนดเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน	2	สำรวจความต้องการในการใช้ข้อมูลในระบบ DPIS จากทุกภาคส่วนในสำนัก	3	สำรวจปัญหาอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูล	4	ประสานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการแก้ไขสิทธิการเข้าถึงข้อมูลในระบบ DPIS	5	จัดทำข้อสรุปแนวทางการปรับปรุงสิทธิการเข้าถึงข้อมูลในระบบ DPIS	-	ระดับ	5	-	-	-	เอกสารสรุปแนวทางการปรับปรุงสิทธิการเข้าถึงข้อมูลในระบบ DPIS
69	2565	5	จำนวนครั้งในการติดตามและปรับปรุงข้อมูลใน Webpage ของสำนัก	สบค. 7	1	1	4	พัฒนาฐานข้อมูลของสำนัก	2	สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลได้จัดทำ Webpage ของสำนัก ภายใต้ Website ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง (www.palad.mof.go.th) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บและเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ในการเข้าถึงข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ในการนี้ เพื่อให้มีการใช้งาน Webpage อย่างต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์ จึงกำหนดให้มีการวัดผลการปรับปรุงข้อมูลใน Webpage ต่อไป	1	-	2	-	3	-	4	-	5	-	-	จำนวน	5	-	-	-	Webpage สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล (hr.mof.go.th)
70	2565	5	ร้อยละของข้าราชการ/พนักงานราชการ ที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ/ประชุมชี้แจง อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ	สบค. 6	1	1	4	พัฒนาบุคลากรในสำนัก	2	ด้วยเป้าประสงค์ของการพัฒนาเสริมสร้างคุณภาพบุคลากร ตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง มีเป้าหมายคือ บุคลากรมีความรู้และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข สำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงกำหนดให้ข้าราชการและพนักงานราชการพัฒนาตนเองผ่านการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ/ประชุมชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ อย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมฯ = จำนวนข้าราชการและพนักงานราชการในสำนักที่รับการพัฒนาตามเงื่อนไข/จำนวนข้าราชการและพนักงานราชการในสำนักทั้งหมด X 100	50	-	60	-	70	-	80	-	90	-	-	ร้อยละ	90	97.4	97	-	เอกสารสรุปจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมเชิงปฏิบัติการ/ประชุมชี้แจง ในภาพรวมของสำนัก
71	2564	5	ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมชี้แจง	CB 2	1	1	4	พัฒนาองค์ความรู้ภายในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล	5	จากผลการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พบว่า ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความคาดหวังต่อเจ้าหน้าผู้ให้บริการว่าจะต้องมีความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ ดังนั้นสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลจึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยกำหนดให้ข้าราชการในสำนักบริหารทรัพยากรบุคคลพัฒนาตนเองเข้ารับการฝึกอบรม/การสัมมนา/การประชุมชี้แจง ในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ก็ได้ อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี โดยมีสูตรการคำนวณ คือ ร้อยละของบุคลากรที่เข้าร่วมการฝึกอบรมฯ = จำนวนข้าราชการที่รับการพัฒนาตามเงื่อนไข อย่างน้อย 1 ครั้ง/จำนวนข้าราชการทั้งหมดในสำนัก X 100	50	ร้อยละ 50	60	ร้อยละ 60	70	ร้อยละ 70	80	ร้อยละ 80	90	ร้อยละ 90 ขึ้นไป	กรณีหลักสูตรออนไลน์ ให้แนบหลักฐานประกอบการเรียน เช่น ประกาศนียบัตร/ผลการประเมินหลังการเรียน หรืออื่นใดที่แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนได้เรียนรู้ครบถ้วนตามหลักสูตรแล้ว	ร้อยละ	90	97	-	-	รายงานสรุปจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนา/ประชุมชี้แจง ในภาพรวมของสำนัก
